fbpx
เฮลท์แลบ คลินิกเทคนิคการแพทย์ บริการตรวจสุขภาพ ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ
Follow us :
Hepatitis B Virus

การดูแลตนเอง เมื่อเป็น ไวรัสตับอักเสบ บี

หลังจากที่เราทำความรู้จักกับ ไวรัสตับอักเสบ บี กันไปแล้ว เรามาต่อกันเรื่องการดูแลตนเองและการรักษาในผู้ที่ติดเชื้อ ไวรัสตับอักเสบ บี ชนิดเรื้อรัง ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 กรณีคือ

1. กรณีที่ตรวจพบเชื้อ ไวรัสตับอักเสบ บี (HBsAg) มากกว่า 6 เดือน แต่ไม่มีการ อักเสบของตับ การดูแลจะเหมือนกับการติดเชื้อ ไวรัสตับอักเสบ บี ชนิดเฉียบพลัน แต่อาจจะต้องตรวจติดตามการเปลี่ยนแปลงของตับ (AST, ALT) ทุก 3-6 เดือน  เพื่อดูว่ามีการทำลายเซลล์ตับเพิ่มขึ้นหรือไม่

2.กรณีที่ตรวจพบเชื้อ ไวรัสตับอักเสบ บี (HBsAg) มากกว่า 6 เดือน และมีข้อบ่งชี้ต่าง ๆ ดังนี้

– ปริมาณเชื้อ (HBV DNA) มากกว่าเท่ากับ 2,000 IU/ml

– ไม่มีโรคอื่น ๆ ที่เป็นสาเหตุหลักของตับอักเสบ

– ระดับเอนไซม์ตับ (ALT) มากกว่าหรือเท่ากับ 2 เท่าของคนปกติ อย่างน้อย 2 ครั้ง ในระยะเวลา 3 เดือนขึ้นไป

– ตรวจพบว่ามีพังผืดในตับตั้งแต่ระดับปานกลางถึงมาก เทียบเท่ากับ Fibrosis stage Metavir มากกว่า 2

– มีลักษณะอาการทางคลินิกที่บ่งชี้ว่ามีตับแข็งเนื่องจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี

ผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ดังกล่าวจึงควรได้รับการรักษา ซึ่งยาที่ใช้ในการรักษาไวรัสตับอักเสบในปัจจุบัน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

  • ยาฉีดกลุ่มอินเตอร์เฟอรอน ออกฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ไปทำลายเชื้อไวรัสเอง ซึ่งผู้ป่วยจะมีโอกาสหาย 30-40% เมื่อทำการรักษาด้วยวิธีนี้ครบเป็นเวลา 1 ปี แต่ยากลุ่มนี้มีข้อเสียคือ ราคาแพงและมีผลข้างเคียงค่อนข้างมาก เช่น มีไข้ หนาวสั่น หัวใจเต้นเร็ว ปวดเมื่อยตัว ปวดศีรษะ อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นในระยะเวลา 1-2 ชั่วโมงหลังฉีดยา และดีขึ้นภายใน 24 ชั่วโมง ส่วนอาการอื่น ๆ ที่อาจพบได้ เช่น อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ผิวหนังบริเวณที่ฉีดยาบวมแดงและอาจเกิดเนื้อตาย ผมร่วง การมองเห็นและการได้ยินผิดปกติ ซึมเศร้า เป็นต้น นอกจากนี้ยายังมีผลไปกดการทำงานของไขกระดูก ทำให้เกิดภาวะซีด ติดเชื้อและเลือดออกง่าย หากใครประสงค์ที่จะใช้วิธีนี้ในการรักษา ควรอยู่ภายใต้การดูแลและควบคุมของแพทย์
  • ยาต้านไวรัสชนิดรับประทาน ออกฤทธิ์ยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัส ทำให้การอักเสบของตับลดลง ยากลุ่มนี้จะมีผลข้างเคียงน้อยกว่ายาฉีดกลุ่มอินเตอร์เฟอรอน ดังนั้นโอกาสที่จะหายก็มีน้อยกว่าและต้องทานยาไปตลอดชีวิต หากหยุดยาเมื่อไหร่ ไวรัสตับอักเสบ บี ก็จะกลับมาเมื่อนั้น

ดังนั้นวัตถุประสงค์ของการใช้ยาในการรักษาโรคไวรัสตับอักเสบ บี จึงไม่ได้ทำให้หายจากโรคได้ 100% แต่เป็นเพียงการรักษาเพื่อลดการแบ่งตัวของเชื้อไวรัส ลดการอักเสบของตับ เพื่อป้องกันไม่ให้ตับอักเสบเรื้อรัง จนเกิดภาวะตับแข็ง มะเร็งตับ และตับวายในที่สุด

แม้ว่าไวรัสตับอักเสบ บี จะส่งผลให้เกิดอันตรายต่อตับได้ แต่ก็สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนในกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ของเลือดหรือผู้ที่ใกล้ชิดผู้ติดเชื้อและ สำหรับผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี ทุกราย ควรปฏิบัติตนตามคำแนะนำข้างต้น ตรวจติดตามการอักเสบของตับทุก 3-6 เดือน และตรวจสารบ่งชี้มะเร็งตับหรืออัลตราซาวน์ทุกปี เพื่อป้องกันผลร้ายแรงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในภายหลัง

#คลินิก#แลบ#ตรวจ#เลือด#ปัสสาวะ#ร่างกาย#สุขภาพ#ประจำปี#ใบสั่ง#แพทย์#ก่อนเข้างาน#สมุทรสาคร#มหาชัย#ทีแอลซี#เฮลท์แลบ#ประจวบคีรีขันธ์#หัวหิน#หัวนา

ติดต่อสอบถาม หรือ นัดหมายได้ที่

มหาชัย ทีแอลซี สาขา มหาชัย
เฮลท์แลป สาขา อ่อนนุช
เฮลท์แลป สาขา หัวหิน
นุชรัตน์เฮลท์แลป สาขา หัวนา

บทความที่เกี่ยวข้อง

เบาหวาน
WHO ชี้ เบาหวานอันตรายเทียบเท่าเอดส์
[พญ.พรรณพิมล วิปุลากร โฆษกกระทรวงสาธารณสุข...
วิตามินดี
คุณประโยชน์ของวิตามินดี
ถ้ามีวิตามินสักชนิดนึงที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง...
20220910-5อันดับโรคประจำตัว-เสี่ยงเสียชีวิตหลังติดเชื้อจาก-Covid-19
5 อันดับ โรคประจำตัว เสี่ยงเสียชีวิต หลังติดเชื้อ โควิด 19
ตลอด 2-3 เดือนที่ผ่านมา...

บทความยอดนิยม

US_state_abbrev_map
ตัวอักษรย่อ "ประเทศ"
วันนี้ผมมี ข้อมูล ตัวอักษรย่อ...
คลินิก ตรวจเลือด คลินิก แลป
งานบริการที่ท่านจะได้รับจาก คลินิกแลป
งานบริการที่ได้รับจาก Healthlab...
CPK-สำคัญไฉน
CPK สำคัญไฉน
กลับมาพบกันอีกครั้ง ช่วงนี้อากาศเริ่มร้อนแล้วท่านผู้อ่านเป็นอย่างไรกันบ้างครับ...
มหาชัย ทีแอลซี สาขา มหาชัย
เฮลท์แลป สาขา อ่อนนุช
เฮลท์แลป สาขา หัวหิน
นุชรัตน์เฮลท์แลป สาขา หัวนา
เลือกช่องทางนัดหมาย
MAHACHAI TLC MAHACHAI BRANCH
HEALTH LAB HUA HIN BRANCH
NUTRAT HEALTH LAB (HUA NA – SOI 112)
Appointment
HEALTH LAB ON NUT BRANCH

You cannot copy content of this page