fbpx
Follow us :
ตรวจหา เชื้อ HIV

HIV ตรวจแบบไหนดี

ตรวจหา เชื้อ HIV หากคุณเป็นหนึ่งคนที่ยังคงสงสัยเกี่ยวกับการตรวจหาการติดเชื้อไวรัส HIV ?

หลาย ๆ ท่านที่มีความเสี่ยง หรือ คนใกล้ชิดมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV คงจะทราบว่าในปัจจุบันที่วิทยาการทางการแพทย์ถูกพัฒนากันอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดวิธีการตรวจหาการติดเชื้อไวรัส HIV กันมากมายหลายวิธี ที่แตกต่างกันในเรื่องของราคา และความไวในการตรวจหาการติดเชื้อ แล้วอย่างนี้หากเรากำลังกังวลใจว่าเราอาจเป็นผู้ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV หรือต้องการหาข้อมูลให้กับคนใกล้ชิด ว่าแต่ละวิธีมีข้อดีต่างกันอย่างไร แล้วเราควรจะเลือกตรวจด้วยวิธีไหน

เพื่อคุณผู้อ่านที่รักทั้งหลายจะได้คลายข้อสงสัย และความกังวลใจได้บ้าง ครั้งนี้ดิฉันจึงได้รวบรวม และสรุปความสำคัญ และความแตกต่างในการตรวจหาการติดเชื้อ HIV มาเสนอให้คุณผู้อ่านที่รักทั้งหลายได้คลายความสงสัยลง ไปอ่านพร้อมกันเลยดีกว่าคะ

ตรวจหา เชื้อ HIV

HIV (Human Immunodeficiency Virus) เป็นเชื้อไวรัสที่เมื่อเข้าสู่ร่างกายเชื้อจะแบ่งตัว และเข้าทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เนื่องจากการติดเชื้อไวรัสโดยทั่วไประบบภูมิคุ้มกันในร่างกายจะทำหน้าที่สร้างภูมิเพื่อต่อต้านการติดเชื้อไวรัสนั้น ๆ โดยต้องอาศัยเซลล์หลายชนิดที่สำคัญได้แก่เซลล์เม็ดเลือดขาวลิมโฟซัย ชนิด CD4 ซึ่งเป็นเซลล์ที่เชื้อHIV ชอบและตรงเข้าไปทำลาย เมื่อเซลล์ CD4 ถูกทำลายโดยเชื้อที่เพิ่มเป็นจำนวนมากจะทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอลง โดยผู้ที่ติดเชื้อ HIV สามารถแบ่งได้ออกเป็น 3  ระยะ

  • โดยในระยะแรก เป็นระยะที่ไม่มีอาการ ซึ่งอยู่ในภาวะเริ่มติดเชื้อ และเมื่อเวลาผ่านไป 57 ปี จะเข้าสู่
  • ระยะที่สอง จะเริ่มมีอาการ เช่น มีลักษณะของตุ่มขึ้นตามร่างกาย มีเชื้อราในปาก งูสวัด เป็นต้น และหลังจากระยะที่สองจะใช้เวลาเพียง 12 ปี ก็จะเข้าสู่
  • ระยะที่สาม ซึ่งเป็นขั้นรุนแรง หรือเรียกว่าโรคเอดส์เต็มขั้น (AIDS, Acquired Immune Deficiency Syndrome) และจากภูมิคุ้มกันที่ต่ำลงทำให้ผู้ป่วยโรคเอดส์มักจะเกิดโรคติดเชื้อฉวยโอกาส (Opportunistic Infections) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิต เช่น โรคปอดบวม โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และมะเร็งบางชนิด

ปัจจุบันพบว่าเชื้อ HIV มีด้วยกัน 2 ชนิด คือ HIV-1 ที่พบได้ทั่วโลก และ HIV-2 ที่พบส่วนมากทางแถบแอฟริกาตะวันตก แต่ HIV ทั้งสองชนิดมีการดำเนินของโรคไม่แตกต่างกัน ดังนั้นการรักษาหรือประคับประคองอาการของผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดคือ การตรวจหาการติดเชื้อให้ไวที่สุด เพื่อเข้ารับการรักษาและควบคุมอัตราการเพิ่มปริมาณของเชื้อ HIV ตั้งแต่ระยะแรก ซึ่งปัจจุบันสามารถแบ่งวิธีตรวจหาการติดเชื้อ HIV ในรูปแบบต่าง ๆ ได้ดังนี้

  1. การตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ (Antibody) ซึ่งเป็นวิธีการตรวจการติดเชื้อ HIV มาตรฐานที่ใช้ในห้องปฏิบัติการณ์ทางการแพทย์ทั่วไปไม่ว่าจะเป็นของรัฐหรือเอกชน โดยจะตรวจพบภูมิคุ้มกันต่อเชื้อได้ก็ต่อเมื่อมีการรับเชื้อเข้าไปในร่างกายแล้วอย่างน้อยเป็นเวลา 1 เดือน
ตรวจเลือด, HIV
ตรวจเลือด, HIV

การตรวจหาส่วนประกอบพันธุกรรมของเชื้อไวรัส (NAAT, Nucleic Acid Amplification) ซึ่งสามารถตรวจหาการติดเชื้อได้หลังจากมีการรับเชื้อมาแล้วอย่างน้อยเป็นเวลา 5 วัน แต่เนื่องจากเป็นวิธีที่มีราคาต้นทุนสูง ทำให้มีบริการเฉพาะโรงพยาบาล สถานพยาบาล และคลินิกเอกชนเพียงบางแห่งเท่านั้น

อย่างไรก็ตามหากเลือกเข้ารับการตรวจด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งข้างต้นแล้ว ตามหลักขององค์การอนามัยโลก(WHO)แนะนำให้ทำการตรวจซ้ำอีกครั้งเมื่อครบ 3 เดือนหลังจากมีโอกาสเสี่ยงครั้งล่าสุด หรือจะเลือกตรวจเพียงครั้งเดียวที่ 3 เดือนเลยก็ได้คะ เพราะให้ผลที่แน่นอนกว่า ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน และไม่สายไปแน่นอนที่จะเข้ารับการรักษาหากผลตรวจออกมาเป็นบวกหรือติดเชื้อ HIV สุดท้ายนี้ดิฉันหวังว่าบทความครั้งนี้น่าจะช่วยคลายความกังวลสงสัยในการเข้ารับการตรวจหาการติดเชื้อ HIV ให้กับคุณผู้อ่านที่รักทั้งหลายได้ไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ

สนใจการตรวจสุขภาพสอบถามได้ที่ healthlabclinic หรือ มหาชัยทีแแอลซี

ติดต่อสอบถาม หรือ นัดหมายได้ที่

มหาชัย ทีแอลซี สาขา มหาชัย
เฮลท์แลป สาขา อ่อนนุช
เฮลท์แลป สาขา หัวหิน
นุชรัตน์เฮลท์แลป สาขา หัวนา

บทความที่เกี่ยวข้อง

เบาหวานในหญิงตั้งครรภ์
ตรวจเช็คเบาหวานในคุณแม่ตั้งครรภ์
โปรตีน
โปรตีนมีประโยชน์ยังไง
เกลือแร่หลัก
เกลือแร่หลัก

บทความยอดนิยม

ซิฟิลิส (Syphilis)
Syphilis
Long COVID
Long COVID
ให้ยีนบอกวิธีลดน้ำหนัก
Weight Sensor ตรวจยีน บอกวิธีลดน้ำหนัก
มหาชัย ทีแอลซี สาขา มหาชัย
เฮลท์แลป สาขา อ่อนนุช
เฮลท์แลป สาขา หัวหิน
นุชรัตน์เฮลท์แลป สาขา หัวนา
เลือกช่องทางนัดหมาย
Social media & sharing icons powered by UltimatelySocial