HIV ไม่ใช่ AIDs

HIV is not AIDs

ติดเชื้อเอชไอวีไม่ได้แปลว่าเป็นเอดส์!

                   ผลตรวจเลือดพบ “HIV Positive” หรือที่เรียกกันภาษาชาวบ้านว่า “เลือดบวก” นั้น มันหมายความว่ายังไงนะ? ฉันติดเอดส์แล้วหรอ? หากจะบอกว่าติดเอดส์นั้นก็ไม่ถูกเสียทีเดียว

HIV คือชื่อย่อของเชื้อไวรัสที่มีชื่อเต็มว่า Human Immunodeficiency Virus ซึ่งเชื้อนี้จะเข้าไปทำลายภูมิคุ้มกันของเรา ทำให้ร่างกายเราอ่อนแอลง แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราไม่ดูแลตัวเอง มีเพศสัมพันธ์โดยที่ไม่ป้องกัน ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น ทำให้เรานั้นได้รับเชื้อเพิ่มขึ้นร่างกายก็จะอ่อนแอลงมากขึ้น จนถึงจุดที่เข้าสู่โรคเอดส์ ซึ่งเอดส์คือชื่อที่ใช้เรียกกลุ่มโรคที่เป็นผลมาจากเชื้อเอชไอวี (HIV) ที่ทำลายภูมิคุ้มกันของเรา คือไปทำลายเม็ดเลือดขาวของเราซึ่งทำหน้าที่ต่อสู้กับเชื้อโรค จนระดับเม็ดเลือดขาวต่ำลงมากๆ (ดูที่ค่า CD4 จะมีระดับต่ำลงกว่า 200) และทำให้เราติดเชื้อโรคอื่นๆได้ง่ายขึ้น เกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆได้ง่าย

ในบางครั้งเราอาจได้รับเชื้อเอชไอวีมาโดยไม่รู้ตัว จริงอยู่ที่เราไม่ได้เปลี่ยนคู่นอนบ่อย แต่หากเรายังมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย ความเสี่ยงย่อมคงมีอยู่ เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าคู่นอนของเรานั้นเคยได้รับเชื้อมาหรือไม่ เนื่องจากผู้ที่ติดเชื้อมักไม่มีอาการใดๆ หรือบางรายอาจมีอาการคล้ายไข้หวัดซึ่งมักจะแยกไม่ออก ดังนั้นการเข้ารับการตรวจตั้งแต่เนิ่นๆนั้นคือทางเลือกที่ดีที่สุด เพื่อเข้ารับการรักษาให้เร็วที่สุด ซึ่งในปัจจุบันวงการแพทย์ก็ได้พัฒนายาต้านไว้รัสที่มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ทำให้ผู้ป่วยเอชไอวีสามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างยืนยาวต่อไปได้ แต่กระนั้นบางรายที่เพิ่งได้รับเชื้อมา อาจยังตรวจไม่เจอก็เป็นได้ เพราะการตรวจเอชไอวี มักเป็นการตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ ซึ่งบางคนอาจยังไม่สร้างภูมิคุ้มกันนี้ขึ้นมา จึงอาจยังไม่เจอในระยะแรกๆ เพื่อเป็นการยืนยันจึงต้องมีการตรวจซ้ำหลังจากได้รับความเสี่ยงนั้น 3 เดือนขึ้นไป

          เพราะฉะนั้นคนที่ติดเชื้อ HIV ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องเป็นเอดส์เสมอไป ถ้าคุณได้รับเชื้อมา แต่กินยาต้านไวรัส ดูแลสุขภาพ ไม่เพิ่มความรุนแรง หรือกระจายเชื้อ ทำให้ร่างกายแข็งแรง คุณก็จะไม่ต้องกลายเป็นผู้ป่วยเอดส์ เราคงต้องแก้ความเข้าใจตรงนี้ใหม่อีกครั้งนะคะว่า HIV ไม่ใช่ AIDs