1 ภาพสมองในมุมมองที่ต่างกัน

แอดมินหาความรู้เพิ่มเติมเรื่องการทำ X-Ray,MRI,MRA และ PET Scan เลยอย่างแชร์เรื่องราวแบบเข้าใจง่ายๆกันค่ะ

ภาพเดียวกัน 1 ภาพแต่ใช้วิธีที่ต่างกันในการตรวจ ก่อให้เกิดภาพที่เห็นได้ต่างกัน ก่อให้เกิดประโยชน์ในทางการแพทย์ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการวินิจฉัย การติดตามการรักษา วิธีการที่เหมาะสมที่สุดในการตรวจ เพื่อทางออกที่ดีที่สุด

 

X-Ray

คือการยิงรังสีเอกซ์ผ่านร่างกาย แล้วบันทึกภาพลงบนฟิล์มหรือคอมพิวเตอร์ ภาพจากการเอกซเรย์จะเป็นภาพขาวดำ เนื่องจากเนื้อเยื่อแต่ละชนิดสามารถดูดกลืนรังสีได้ในปริมาณที่ต่างกัน ร่างกายส่วนที่ทึบ (เช่นกระดูกหรือเหล็ก) จะเห็นเป็นสีขาวในภาพเอกซเรย์ ส่วนของร่างกายที่มีลมอยู่ภายในจะเห็นเป็นสีดำ ในขณะที่กล้ามเนื้อ ไขมัน หรือสารน้ำจะปรากฏเป็นโทนสีเทา

MRI (Magnetic Resonance Imaging)

เป็นการทำเอกซเรย์คลื่นไฟฟ้าแม่เหล็ก โดยใช้คลื่นไฟฟ้าแม่เหล็กและคลื่นวิทยุมาใช้สร้างภาพของอวัยวะภายในร่างกาย โดยอาศัยการทำงานของ สนามแม่เหล็กของเครื่อง MRIต่อโปรตอนภายในไฮโดรเจน แล้วส่งสัญญาณเป็นคลื่นวิทยุออกมา คลื่นเหล่านี้จะถูกส่งไปยังตัวรับ ก่อนที่คอมพิวเตอร์จะการสร้างภาพของเนื้อเยื่อภายในร่างกาย ภาพที่เกิดจาก MRI มีทั้งภาพตัดขวางเป็นส่วนๆ หรือเป็นภาพ 3 มิติ

MRA (Magnetic Resonance Angiography)

จะทำงานโดยใช้สัญญาณคลื่นวิทยุจากเครื่อง MRIที่ส่งมา แล้วแปลงเป็นสัญญาณภาพ โดยจับเฉพาะสัญญาณภาพที่มีการเคลื่อนไหวของเม็ดเลือดแดง แล้วสร้างภาพของหลอดเลือดขึ้นมา MRA นั้นสามารถนำภาพที่ได้จากการสแกนโดยตรงมาสร้างภาพใหม่ เพื่อดูขอบเขตของหลอดเลือด ซึ่งสามารถให้รายละเอียดของภาพหลอดเลือดได้อย่างชัดเจนหลายมุมมอง

PET/CT Scan : (Positron Emission Tomography/ Computed Tomography)

นี้ เป็นการถ่ายภาพความเปลี่ยนแปลงทางชีวะเคมีในเนื้อเยื่อต่างๆในร่างกาย โดยการให้น้ำตาลกลูโคสชนิดพิเศษที่มีกัมมันตรังสีในตัวเองเรียกว่า FDGฉีดเข้าสู่ร่างกาย มันจะซึมเข้าสู่เนื้อเยื่อ โดยเฉพาะที่มีกิจกรรมการทำงาน หรือการแบ่งตัวมาก เช่น มะเร็ง แล้วเปล่งรังสีออกมาในปริมาณสูง บางทีมีการนำมาตรวจร่วมกับ CT scan จะได้ผลที่ดี แม่นยำมาก