โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)

จากข่าวบุคคลสำคัญหลายต่อหลายคนทั้งในครอบครัวหรือในประเทศ ที่ต้องป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมอง บางรายเสียชีวิตและบางรายอาจยังมีชีวิต แต่ไม่สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนเดิมอีกต่อไป ทำให้เราอดที่จะพูดถึงโรคนี้ไม่ได้

โรคหลอดเลือดสมอง (stroke) คือ ภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยงเนื่องจากหลอดเลือดตีบหรือหลอดเลือดแตก หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจถึงตายหรือพิการตลอดชีวิตได้

โรคหลอดเลือดสมองแบ่งเป็น 2 ชนิดคือเส้นเลือดในสมองอุดตัน (Ischemic Stroke) และเส้นเลือดในสมองแตก (Hemorrhagic Stroke) จากสถิติพบว่าทุกๆสองวินาทีจะมีคนป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมองที่ไหนสักแห่งบนโลก ความน่ากลัวของโรคนื้คือการที่ผู้ป่วยแทบไม่รู้ตัวเลยและระยะเวลาในการดำเนินของโรคค่อนข้างสั้น เนื่องจากสมองคนเราไม่มีตัวรับความเจ็บปวด มันจึงไม่สามารถส่งสัญญาณเตือนเราได้ ดังนั้นเมื่อสมองขาดเลือดจะทำให้สมองเกิดภาวะขาดออกซิเจนและมันจะค่อยๆเป็นไปโดยที่คุณและคนรอบข้างไม่ทันรู้ตัว อาการเริ่มต้นดูเหมือนจะเล็กน้อยเสียจนเราไม่ทันได้สังเกตและเมื่อแสดงอาการออกมาก็อาจจะสายไปเสียแล้ว

แต่ก็ยังพอจะมีอาการนำของโรคที่ควรรู้ทันและควรจำ FAST ให้ขึ้นใจ

F (Face) คือ อาการกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าอ่อนแรง ไม่สามารถควบคุมใบหน้าด้านใดด้านนึงได้ ปากเบี้ยว มุมปากตก เป็นต้น

A (Arms) คือ อาการแขนอ่อนแรง ไม่สามารถยกแขนสองข้างขึ้นและค้างไว้ได้

S (Speech) คือ มีปัญหาในการสะกดและออกเสียง ไม่สามารถออกเสียงได้ชัดถ้อยชัดคำ

T (Time) คือ ระยะเวลาที่ควรได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเมื่อผู้ป่วยไม่สามารถทำข้อใดข้อหนึ่งได้นั่นเอง

ทั้งนี้อาจมีอาการเล็กน้อยอื่นๆที่อาจพบเห็นได้ เช่น เวียนศีรษะ ทรงตัวไม่อยู่ ตาเห็นภาพซ้อน หรือตามืดมัวข้างใดข้างหนึ่งในทันที ให้ระวังเพราะอาจเกิดจากหลอดเลือดตีบหรือแตกแล้ว ทำให้มีผลกับเส้นประสาทการควบคุมกล้ามเนื้อผิดปกติ ควรไปพบแพทย์ในทันที

 

แน่นอนว่ากลุ่มคนที่เสี่ยงก็หนีไม่พ้นคนที่มีโรคอย่างความดันสูง เบาหวานและไขมัน ซึ่งพบได้มากมายในปัจจุบันนี้ บางคนละเลยการตรวจสุขภาพจึงไม่มีโอกาสได้รู้ว่าตัวเองเป็นเบาหวาน ไขมันสูง เป็นความดัน หรือโรคอื่นๆอีกมากมาย จนกระทั่งอาการของโรคดำเนินไปก็อาจสายไปเสียแล้ว แม้ว่าอยากจะกลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิม ก็คงไม่อาจทำได้อีกต่อไป ดังนั้นการดูแลตัวเองจึงเป็นสิ่งสำคัญ