โรคซึมเศร้า ตอนที่ 1

สวัสดีครับคุณผู้อ่านทุกท่าน ช่วงนี้มีข่าวเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าออกมาให้เห็นกันแทบทุกวัน วันนี้ผมเลยอยากจะนำเสนอเรื่องเกี่ยวกับโรคซึมเศร้านี้สักหน่อย เพราะในปัจจุบันยังมีหลายคนที่ไม่เข้าใจหรือเข้าใจแบบผิดๆ เกี่ยวกับโรคนี้กันอยู่มาก

โรคซึมเศร้า ขึ้นชื่อว่า “โรค” นั่นก็หมายถึงมีความผิดปกติทางการแพทย์ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาดูแลเพื่อบรรเทาอาการนั้นๆ นั่นทำให้โรคซึมเศร้าต่างจากภาวะเศร้าหรือภาวะทางอารมณ์อื่นๆ ที่ถ้าได้รับกำลังใจ ความเข้าใจ หรือเหตุการณ์รอบตัวคลี่คลายลง อารมณ์เศร้าก็จะหายไป แต่โรคซึมเศร้าไม่เป็นเช่นนั้น

โรคซึมเศร้า สามารถพบได้ในบุคคลทุกเพศ ทุกวัย ทุกเศรษฐสถานะ พบในผู้หญิงมาก กว่าผู้ชาย (ญ:ช = 2:1) โรคนี้ไม่ได้ทำอันตรายต่อร่างกายจนทำให้เสียชีวิต แต่ความคิดที่ผิด ปกติจากโรคซึมเศร้า สามารถทำให้ผู้ป่วยมีมุมมองต่อตัวเองและคนอื่นผิดไป จนทำร้ายตนเองได้ ดังนั้นจึงเป็นความสูญเสียที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะว่าโรคนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคซึมเศร้า ได้แก่

  1. กรรมพันธุ์ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่อาจปฏิเสธได้เพราะโอกาสที่จะเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่าคนทั่วไป 2-3 เท่าเลยทีเดียว
  2. สารเคมีหรือสารสื่อประสาทในสมอง สารที่สำคัญ เช่น ซีโรโทนิน (serotonin) และนอร์เอพิเนฟริน (norepinephrine) ลดต่ำลง รวมทั้งอาจมีความผิดปกติที่เซลล์รับสารเหล่านี้
  3. ลักษณะนิสัย เช่น เป็นคนมองโลกในแง่ร้าย หรือมีเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจ

โรคซึมเศร้า อาจจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป หรืออย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย เช่น มีเหตุการณ์ที่กระทบต่อสภาพจิตใจรุนแรงมากน้อยเพียงใด บุคลิกลักษณะนิสัยเดิมของคนๆ นั้น คนรอบตัวให้ความช่วยเหลือมากน้อยเพียงใด เป็นต้น การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่อาจเกิดขึ้นในผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้า ได้แก่

  1. อารมณ์เปลี่ยนแปลง เช่น เศร้า เสียใจ ร้องไห้บ่อยแม้แต่กับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็หวั่นไหวได้ง่าย ไม่สดใสเหมือนเดิม หงุดหงิดง่าย เป็นต้น
  2. ความคิดเปลี่ยนแปลง มักจะมองอะไรก็แย่ไปหมด มองเห็นแต่ความผิดพลาดและความล้มเหลวของตนเอง ไม่มั่นใจในตนเอง รู้สึกไร้ค่า หรืออาจคิดทำร้ายตนเอง
  3. สมาธิ ความจำแย่ลง
  4. มีอาการทางร่างกาย ที่พบบ่อย เช่น อ่อนเพลีย ไม่มีแรง นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัว เป็นต้น
  5. ปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นแย่ลง ไม่ร่าเริง เก็บตัว ไม่พูดคุยกับคนอื่น หงุดหงิดง่าย น้อยใจง่าย
  6. อาจพบอาการโรคจิต เช่น ประสาทหลอน หูแว่ว วิตกกังวลตลอดเวลา เป็นต้น

ถ้าท่านหรือคนที่ท่านรู้จักมีอาการคล้ายกับที่กล่าวมาข้างต้น สิ่งสำคัญที่สุด คือ การไปพบจิตแพทย์และรับการรักษาอย่างถูกต้อง หลายคนอายที่จะไปพบจิตแพทย์เพียงเพราะไม่ยอมรับตนเอง หรือกลัวที่จะถูกคนอื่นมองว่าเป็นโรคจิต ทั้งๆ ที่นี่คือสิ่งที่ควรทำที่สุด การละเลยที่จะรับการรักษาอาจทำให้อาการแย่ลง การรักษาและการปฏิบัติตนอย่างถูกต้องจะช่วยทำให้อาการของโรคซึมเศร้าดีขึ้น หรืออาจรักษาให้หายขาดได้

ยารักษาโรคซึมเศร้าส่วนใหญ่จะส่งผลกับระบบของสารเคมีหรือสารสื่อประสาทในสมอง ดังนั้นในโอกาสหน้าผมจะขอนำเสนอถึงเรื่องของสารเคมีหรือสารสื่อประสาทในสมองให้ละเอียดมากขึ้นต่อไป แล้วไว้พบกันครั้งหน้าครับ

avatar

About คุณแม่ลูก 2

aew has written 46 post in this blog.

Related posts:

Spread the love
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *