อาหารเสริม กับ ความพอดี

อาหารเสริม …ความหมายตรงตัวมากๆ ค่ะ คือสิ่งที่เอามาไว้เสริมเมื่อร่างกายได้รับอาหารไม่เพียงพอ ไม่ครบ 5 หมู่ หรือขาด ไม่ใช่ไว้กินแทนอาหาร บางคนกินอาหารเสริมแทนอาหารในแต่ละมื้อกันเลยทีเดียว ซึ่งนั่นคุณกำลังใช้อาหารเสริม…ผิดวิธี แต่ถ้าคุณกินอาหารครบ พักผ่อนพอ ออกกำลังบ้าง ก็ไม่ต้องไปเสียเงิน(มากอยู่)สำหรับส่วนนี้ แอดมั่นใจว่าหาอาหารให้ครบ 5 หมู่ไม่แพงเท่าอาหารเสริม 1 วันที่คุณกินแน่นอน

ทำไมวันนี้มาเขียนเรื่องอาหารเสริม ? ก็เพราะว่าตอนนี้เปิดสื่อออนไลน์ไปทางไหนก็มีแต่โฆษณาอาหารเสริม วิตามิน เยอะแยะมากมายจน เบื่อกันเลยทีเดียว แล้วเราได้ศึกษาข้อมูลก่อนซื้อมากินกันบ้างหรือเปล่า ไม่ใช่แค่คนนั้นบอกดี คนนี้เชียร์ให้ซื้อ โดนหักคอให้ซื้อเพราะเกรงใจกันก็มี แต่เรื่องบางเรื่องพลาดแล้ว เอากลับคืนไม่ได้นะคะ

อาหารเสริมดีมั้ย ดีค่ะ คุณประโยชน์มากมายตามสรรพคุณที่เขียนไว้ (ละไว้ในฐานที่เข้าใจว่า อาหารเสริมที่ผ่านการรับรองมาตรฐานมาอย่างถูกต้องเท่านั้นนะคะ) ……แต่ต้องใช้ให้ถูกวิธี

แต่ถ้าคุณใช้ไม่ถูกวิธีอย่างที่เขียนไว้ตั้งแต่แรก เช่น กินแทนอาหาร กินมากเกินไป กินแบบไม่ศึกษาข้อมูลว่าเหมาะสมกับเราหรือเปล่าโดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว นี่ยังไม่รวมคนสักแต่กิน แต่ไม่เคยตรวจร่างกายว่ามันมีผลกระทบอะไรภายในร่างกายบ้าง (เพราะมองไม่เห็น) เช่นคนที่ชอบซื้อยาสมุนไพรมากินเองเพื่อลดเบาหวาน ไขมัน โอเคล่ะเบาหวาน ไขมันอาจจะลดจริง (ไม่หาย) แต่ได้โรคตับอักเสบ โรคไต กลับบ้านเพิ่มอีก เจอบ่อยมาก พอซักประวัติก็ไปกินยาหม้อ ยาต้ม มาทั้งนั้นเลย

เข้าเรื่องดีกว่าค่ะ ยกที่สำคัญๆ มาดูกันว่าอะไรที่ต้องระวังกันบ้าง

อาหารเสริม กับ ความพอดี

  • กลุ่มวิตามินที่ละลายในไขมัน เอ ดี อี เค และ เบต้าแคโรทีน ถ้ากินมากเกินไปเกิดการสะสมเป็นพิษกับร่างกายแน่นอน ที่จะโดนก่อนคือตับ กับไต ยิ่งใครมีโรคเกี่ยวกับอวัยวะนี้ ดูดีๆ นะคะ
  • อาหารเสริมที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งถ้ารับมากเกินไปคือ วิตามินซี แคลเซียม เหล็ก
  • กินวิตามินบี 6 มากเกินไปทำให้สูญเสียความรู้สึกมือและเท้า
  • สังกะสี ขัดขวางการดูดซึมทองแดง
  • แคลเซียมที่สะสมมากเกินไปทำให้เป็นนิ่ว
  • น้ำมันปลามากเกินไปทำให้เลือดหยุดไหลช้า
  • สาหร่ายสไปรูไลน่า เสี่ยงต่อการเป็นเก๊าท์
  • คนที่มีโรคประจำตัวควรอยู่ในการดูแลของแพทย์

การกินอาหารเสริมสำหรับบางคนเพื่อชะลอวัย ไม่อยากแก่ บางคนกินอาหารเสริมเพื่อลดความอ้วน…ซึ่งในผลิตภัณฑ์บางอันอาจจะมีส่วนประกอบของน้ำตาลฟรุคโตส พบได้ในผลไม้ และน้ำผึ้ง ซึ่งเป็นน้ำตาลที่ร่างกายดูดซึมไปใช้งานได้ช้ากว่า น้ำตาลในเลือดเลยขึ้นช้ากว่า ในคนไข้เบาหวานก็กินได้  แต่น้ำตาลตัวนี้มันต้องไปผ่านกระบวนการที่ตับก่อนทำให้ “ตับทำงานเพิ่มขึ้น” ถ้ากินปริมาณเยอะๆ ต่อเนื่องนานๆ อาจำให้เกิดภาวะตับอักเสบได้เช่นกัน

ถ้าถามถึงคำแนะนำ อย่างแรกควรจะตรวจก่อนว่าเราขาดวิตามิน หรืออาหารเสริมเหล่านั้นหรือไม่ จะได้รู้ว่าควรเสริมตัวไหน และอย่างที่สอง คงจะหนีไม่พ้นการคอยตรวจเช็คสุขภาพเพื่อดูผลจากการทานอาหารเสริมเช่น ตรวจอาหารเสริมที่กินนั่นแหละว่ามาก หรือ น้อยเกินไปเพื่อประเมินคุณภาพ แต่อย่าลืมว่าควรจะตรวจดูความแข็งแรงของอวัยวะอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะ ตับ และไต เพราะทั้ง 2 ส่วนนี้ ทำงานหนักมากเมื่อคุณทานอาหารเสริม