ทำไม !!! ต้องตรวจสุขภาพ

สุขภาพ ตรวจทำไม

สุขภาพ ตรวจทำไม สำหรับท่านที่คิดว่าคงไม่มีใครรัก หรือคิดว่าคงไม่รักใคร รวมไปถึง คนที่ชีวิตนี้คิดว่าคงไม่มีความหมายอะไร อาจจะข้ามบทความนี้ไปเลยก็ได้นะครับ !!!!!!!

แต่เพราะอะไรผมถึงกล่าวแบบนี้  ลองอ่านดูครับ

สุขภาพ เป็นเรื่องที่ถูกกล่าวถึงเป็นวงกว้าง และมากขึ้นในปัจจุบัน จากเมื่อก่อนที่มีเพียงผู้สูงอายุ หรือกลุ่มคนที่บางทีอาจจะไม่ได้สนใจ แต่จำเป็นต้องสนใจเพราะร่างกายที่เจ็บป่วย ถึงคราวต้องรักษาตัวเอง หลายครั้งเราจะได้ยินคำพูดเชิง ถ้ารู้แบบนี้จะดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้ หรือ ถ้ารู้ก่อนคงรักษาทันแล้ว เป็นประโยคยอดฮิตที่ได้ยินอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ยังไม่มีใครหันมาดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง แต่ตอนนี้ไม่เพียงคนกลุ่มข้างต้นที่กล่าวมา แต่ยังรวมไปถึง คนวัยทำงานยุคใหม่ บรรดาเศรษฐี หรือคนที่พอจะมีฐานะ ก็เริ่มหันมาดูแลสุขภาพตัวเองเพราะเริ่มรู้สึกว่ารายได้ที่ได้มานั้น หากมาเพื่อจ่ายค่ารักษา จากสุขภาพที่ย่ำแย่ เพราะตรากตรำทำงานมานานนัก โดยไม่ได้ดูแลสุขภาพตัวเองเลย ตัวอย่างหนึ่งที่ถูกแชร์กันมากใน สังคมออนไลน์ คือเรื่องราวของ สตีฟ จ๊อบ ที่ตัวเค้าเองยังต้องกล่าวว่าถ้ารู้แบบนี้คงให้เวลากับการดูแลสุขภาพมากกว่านี้ในวันที่เค้านั้นเป็นมะเร็งแล้ว

แล้วเราตรวจสุขภาพทำไม หลายท่านอาจจะได้อ่านจากบทความ หรือพูดคุย แลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆ ในวงสังคมกันมาบ้าง ลองมาสรุปกันอีกทีครับ โดยหลักแล้วเราตรวจสุขภาพ เพื่อดูว่าร่างกายเรานั้นยังปกติอยู่ดีไหม หรือมีความเปลี่ยนแปลงอะไร ที่เราต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ รวมไปถึงผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพที่ต้องเฝ้าติดตามทำให้ต้องคอยตรวจสุขภาพอยู่เป็นประจำ

ใครบ้างที่ควรตรวจสุขภาพ ในปัจจุบันอย่างที่ได้กล่าวแล้วข้างต้นว่า เรื่องของสุขภาพนั้นได้มีผู้ที่ให้ความสนใจกันมากขึ้นไม่ใช่กลุ่มผู้ป่วย หรือผู้มีอายุ แต่รวมถึงคนทำงาน ผมอยากจัดกลุ่มคร่าวๆ แบบนี้ครับ

  1. ผู้ที่มีอายุ ช่วง 45 – 50 ปีขึ้นไปจะเป็นกลุ่มที่ควรจะตรวจสุขภาพแบบชุดใหญ่ หรือการตรวจเชิงลึก คือ การตรวจสุขภาพทั่วไป และโรคพิเศษ อย่าง หัวใจ มะเร็ง กลุ่มฮอร์โมนที่อาจจะมีปัญหาในช่วงกำลังจะเข้าวัยทอง
  2. ผู้ที่มีอายุ ช่วง 25 – 45 ปี เป็นกลุ่มวัยทำงาน จนถึงวัยกลางคน ที่จะตรวจสุขภาพทั่วไป ตรวจก่อนแต่งงาน ตรวจก่อนมีบุตร รวมไปถึงกลุ่มที่มีความเสี่ยงในโรคทางพันธุกรรมของคนในครอบครัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง มะเร็ง
  3. ผู้ที่มีอายุ ก่อน 25 ปี กลุ่มวัยทำงาน ก็จะเน้นในเรื่องของโรคที่มาตามช่วงอายุและวัย เช่น ตรวจสุขภาพทั่วไป กลุ่มที่มีความเสี่ยงในโรคทางพันธุกรรมของคนในครอบครัว หรือแม้แต่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น ตรวจหาเชื้อ  เอช ไอ วี

สำหรับความถี่ในการตรวจโดยมากจะอยู่ที่ปีละครั้งสำหรับคนปกติ สำหรับผู้ที่มีปัญหาจะขึ้นอยู่กับปัญหานั้นเกี่ยวกับอะไร อาจจะติดตามที่ 3 เดือนครั้ง หรือ 6 เดือนครั้ง แล้วแต่กรณี

แล้ว ทำไม…ต้องตรวจสุขภาพ

          ข้อดีของการตรวจสุขภาพก็เป็นเรื่องของรู้ก่อน รักษาก่อน หายก่อน ป้องกันได้ ผมขออนุญาตไม่หยิบยกในส่วนของสถิติค่าใช้จ่ายมา เพราะเข้าใจว่าหลายท่านคงเคยเห็นกันมาบ้าง แต่ตัวอย่างง่ายๆ ที่น่าจะเห็นกันอยู่แล้วคงไม่พ้นเรื่องของ โรคมะเร็ง ที่ถ้ารู้ก่อน อย่างแรกโอกาสหายนั้น มีสูง อย่างที่สองค่าใช้จ่ายในการรักษาระยะ ต้นๆ นั้นไม่สูงเท่าระยะท้ายอยู่แล้ว ที่สำคัญ โอกาสรอดย่อมมีมากกว่า ถ้าจะคำนวณกันง่าย หากคุณตรวจสุขภาพทุกปี เริ่มต้นอายุ 45 ปี ปีละ 4,500.- (ราคาโดยประมาณ จากคลินิกผม) ตรวจไป 20 ปี จนถึงอายุ 65 ปี รวมค่าใช้จ่ายประมาณ 90,000.- ค่าใช้จ่ายนี้ยังไม่ได้ ค่าคีโมเข็มแรกด้วยซ้ำ ยังมีค่าห้อง ค่าเดินทาง ค่าเสียเวลาที่ทำงานไม่ได้ บางทีอาจจะได้ของแถมเป็นโรคจากโรงพยาบาลกลับบ้านอีกด้วย และยังไม่รวมถึงสุขภาพจิตทั้งตัวผู้ป่วย และญาติ คนที่รักคุณ ว่าจะต้องเสียสุขภาพจิตมากน้อยขนาดไหน ระยะเวลาการดำเนินของโรคยิ่งนาน ยิ่งแย่ หรือคนที่ตรวจแล้วพบว่ามีค่าน้ำตาลสูง ในความเป็นจริงครั้งแรกของการพบ สิ่งที่เราทำคือการควบคุม มิใช่การทานยา นั้นหมายความว่าเมื่อตรวจสุขภาพแล้วรู้ เราสามารถความคุมได้ สิ่งที่ได้คือ เรายังคงมีชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ เพียงเฝ้าระวัง ไม่ให้เกินไป เรายังคงทานอย่างที่เราชอบได้เพียงควบคุม หรือออกกำลังกายมากขึ้น ไม่ต้องกังวลว่าจะทานไม่ได้อีก การทานยาในแต่ละมื้อ หรือต้องคิดเลยไปว่าอาจจะทานของที่ชอบไม่ได้อีก แล้วข้อเสียละ เสียเงินครับ

และ ในเมื่อการตรวจสุขภาพมีข้อดีเยอะแยะ ทั้งยังประหยัดกว่าในภาพรวมอย่างมากมายเพื่อการดูแลตนเอง แต่ทำไมถึงมีคนไม่อยากตรวจสุขภาพ ส่วนตัวในฐานะของคนที่เปิดคลินิกแลบ (หรือคลินิกตรวจเลือด) ได้ยินจากคนไข้ หรือคนรอบข้าง เหตุผลแรกๆ เลย คือไม่อยากรู้ว่าเป็นอะไร ถ้าจะเป็นอะไรก็ให้เป็นไป รู้ทีเดียวดีกว่า ซึ่งเป็นเหตุผลที่สวนกับความเป็นจริงที่จะเกิดขึ้นมากๆ เพราะส่วนใหญ่แล้วคนที่ตอบแบบนี้ มักจะตามมาด้วยภาวะเป็นโรค เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ไขมันสูง ที่ดีหน่อยคือมาตรวจหลังจากมีอาการ ก็รักษากันไป มากบ้าง น้อยบ้าง ที่แย่หน่อยก็คือเข้าทำการรักษากันขนานใหญ่ เช่น การผ่าตัดเส้นเลือดหัวใจตีบ และแย่ที่สุด คือ เสียชีวิตก่อนวัยอันควร ประเด็นคือ ถ้าเป็นอะไรขึ้นมา แล้วเสียชีวิตคงไม่ยากสำหรับผู้สูงอายุ แต่ถ้าเป็นช่วงวัยทำงานล่ะ คนที่อยู่รอบข้างตัวคุณเค้าจะคิดอย่างไร หรือกรณีป่วยต้องรักษา แล้วไม่เสียชีวิต เช่น มารู้ว่าเป็นมะเร็งในช่วงอายุสัก 45 ปี แน่นอนยังไม่เกษียณ ต้องเข้ารักษาตัวค่าใช้จ่ายหลักหลายแสน ถึง หลายล้าน ในขณะที่ลูกยังเรียนไม่จบ ไม่แน่ใจว่ามีภาระผ่อนชำระอะไรอยู่บ้าง เค้าต้องทำอย่างไร สำหรับเหตุผลเรื่องค่าใช้จ่ายนั้นแทบไม่เป็นประเด็นกับการตรวจสุขภาพ นอกเหนือจากที่ว่ามาก็ เป็นเรื่องของเวลา หรือคิดว่ายังไม่ถึงช่วงวัยที่ต้องดูแลสุขภาพตนเอง

เรากลับมาที่ข้อความประโยคแรก หลังจากรู้ข้อมูลของการตรวจสุขภาพกันไปบ้างแล้ว ว่าทำไมผมถึงกล่าวอย่างนั้น คุณมีเพื่อน หรือญาติ ที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพ แล้วเค้าพูดถึงคนข้างหลังที่ทำให้เค้าเป็นกังวล ทำให้เค้าต้องดูแลตัวเองเพื่ออยู่ดูแลคนที่เค้ารักไหมครับ หรือกับตัวคุณเองที่อยากมีชีวิตยืนยาว เพื่ออยู่กับคนที่คุณรัก ไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ ลูก หรือคนรักของคุณ แม้กระทั้งการทำประกันชีวิต เหตุผลของการทำประกันชีวิต คืออะไร เพื่อคนที่คุณรัก หรือเมื่อยามเจ็บไข้ได้ป่วยจะได้มีเงินไว้รักษาถูกไหมครับ ซึ่งประกันชีวิตที่คุณทำ ก็ทำไปเพื่อการรักษา หรือเพื่อสำรองเงินไว้ให้กับลูกหลานของคุณในอนาคต เป็นการจ่ายเงินล่วงหน้าเพื่อประกันความมั่นคงของชีวิต แต่ไม่ได้ประกันว่า ชีวิตคุณจะมีสุขภาพที่ดี แต่คุณยอมจ่าย เพราะอะไร เพราะคนที่คุณรัก หรือเพราะเรารักตัวเองอยากมีอนาคตที่ดี ดังนั้นเรื่องการดูแลสุขภาพ หรือตรวจสุขภาพ จึงกลายเป็นเรื่องของคนที่รักตัวเอง รักคนอื่น รักที่จะมีชีวิตที่ยืนยาว วาดหวังที่จะมีเวลาไปทำอะไรต่อมิอะไรที่ตัวเองได้วาดหวังไว้ ซึ่งสิ่งนี้ก็เป็นเหตุผลที่ผมบอกไปว่าบทความนี้อาจจะต้องข้ามไป หรือไม่มีความหมาย “สำหรับท่านที่คิดว่าคงไม่มีใครรัก หรือคิดว่าคงไม่รักใคร รวมไปถึง คนที่ชีวิตนี้คิดว่าคงไม่มีความหมายอะไร”

แล้ววันนี้ คุณตรวจสุขภาพ รึยังครับ ^__^

สนใจการตรวจสุขภาพสอบถามได้ที่ healthlabclinic หรือ มหาชัยทีแแอลซี

Facebook Messenger