สีน้ำเหลืองบอกโรค

มาแล้วค่ะมาแล้ว วันนี้แอดมีเรื่องจะมาเล่าสู่กันฟังค่ะ เมื่อช่วงปลายเดือนที่ผ่านมามีเคสคนไข้เข้ามาเจาะเลือด แล้วมีอาการตัวเหลือง ตาเหลืองมาเลย หลังจากที่เอาเลือดไปปั่นแยกน้ำเหลืองออกมา โอ้โห น้ำเหลืองเป็นสีเหลืองปนเขียวเลยค่ะ  อ่ะ !!! งงกันละสิค่ะว่าน้ำเหลืองก็เป็นสีเหลืองถูกแล้วจะตกใจทำไม มาค่ะเดี๋ยววันนี้แอดจะอธิบายให้ฟังถึงลักษณะของน้ำเหลืองว่าสามารถบอกอะไรกับเราได้บ้าง

ซีรั่ม หรือน้ำเหลือง คือส่วนประกอบของเลือดที่เป็นของเหลว ไม่มีเม็ดเลือดปน ปกติแล้วจะเป็นของเหลวที่มีสีเหลืองอ่อน ใส ประกอบด้วย น้ำ เกลือแร่ สารต่างๆ เช่นโปรตีน ไขมัน น้ำตาล แอนติบอดี ฮอร์โมน แล้วถ้าสีของน้ำเหลืองไม่เป็นแบบที่บอกล่ะ หมายถึงอะไร

 

1.น้ำเหลืองมีสีเหลืองปนเขียว – เขียว

สีของน้ำเหลืองปนเขียวนี้เกิดจากในกระแสเลือดมี Bilirubin ที่มากกว่าปกติ สาร Bilirubin ตัวนี้ทำให้น้ำเหลืองมีสีปนเขียวนั่นเองค่ะ โดยปกติแล้ว Bilirubin นี้จะละลายได้ในไขมัน ส่งผ่านไปยังตับและขับออกมาทางท่อน้ำดี และกำจัดออกจากร่างกายผ่านช่องทางต่างๆ แต่ในคนที่เป็นโรคที่เกี่ยวกับตับ ไม่ว่าจะเป็น ตับอักเสบ ตับแข็ง อะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้ตับเสียหน้าที่ไป จะทำให้ Billirubin ปริมาณมากเกินและรั่วไหลออกมานอกกระแสเลือด ไปสะสมตามอวัยวะต่างๆทั่วร่างกาย ทำให้เราเห็นผู้ป่วยมีลักษณะ ตัวเหลือง ตาเหลือง นั่นเอง และนอกจากตับแล้ว ยังมีอีกหนึ่งอวัยวะที่ทำให้เกิดอาการเช่นกันได้ก็คือ ท่อน้ำดี ไม่ว่าจะเป็นท่อน้ำดีอุดตัน มะเร็งท่อน้ำดีต่างๆ ก็ทำให้เกิดอาการเช่นเดียวกันค่ะ จึงเป็นสาเหตุให้น้ำเหลืองมีสีเขียวปนจากน้ำดีนั่นเอง

 

2.น้ำเหลืองมีสีขาวขุ่น – เป็นน้ำนม

การที่น้ำเหลืองมีสีขาวขุ่นนั้น เกิดจากอนุภาคของ โปรตีนชนิดหนึ่งในกระแสเลือด ชื่อว่า ไคโลไมคอน ซึ่งส่วนประกอบหลักของมันคือ ไขมันชนิด triglyceride ซึ่งลักษณะน้ำเหลืองขาวขุ่นนี้พบได้ในหลายสภาวะ เช่น ผู้ป่วยตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน โรคอ้วน โรคเบาหวาน การดื่มแอลกอฮอล์หนักๆ และยังขุ่นได้อีกในกรณีที่เจาะเลือดหลังรับประทานอาหาร เพราะไคโลไมคอน ต้องใช้เวลาในการดูดซึม 10 – 12 ชั่วโมง และนี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเวลาไปเจาะตรวจไขมันจึงต้องงดอาหารไปด้วยนั่นเอง

 

จากลักษณะน้ำเหลืองที่ผิดปกติก็จะสามารถเป็นตัวบอกกล่าวเราได้เบื้องต้น และด้วยลักษณะน้ำเหลืองที่ผิดปกตินี้ทำให้เป็นปัญหาในการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทำให้รบกวนการตรวจและขั้นตอนในการตรวจซับซ้อนมากขึ้น ทางที่ดีเราอย่ารอให้น้ำเหลืองของเราเป็นแบบที่แอดกล่าวมาเลยดีกว่าค่ะ ใครที่ยังไม่เคยเช็คสุขภาพประจำปีเลย ถ้าไม่ป่วยก็ไม่ตรวจหรอกใช่ไหมค่ะ เหมือนสุภาษิตที่บอกว่า “วัวหายล้อมคอก” พอเถอะค่ะพอ สมัยนี่เทรนดูแลสุขภาพมาแรงหันมารักสุขภาพกันจะดีกว่านะคะ  ด้วยรักและห่วงใยจากแอดเอง อิอิ