ตรวจติดตามการรักษาเบาหวาน

ตรวจเบาหวาน

หากเราอยู่ในภาวะที่ต้องเฝ้าระวังหรือเป็นเบาหวานแล้ว เราควรทำอย่างไรต่อไป เรามาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กัน

คุณรู้ไหม? นอกจากการให้ยามาทานในผู้ที่เป็นเบาหวานแล้วนั้น แพทย์ก็ต้องทำการตรวจติดตามเพื่อปรับขนาดการใช้ยาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยด้วย

เนื่องจากปัญหาเรื่องไตเสื่อม ตามัว มือ-เท้าชา มักมาจากการที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นระยะเวลานาน  การป้องกันโรคแทรกซ้อนเหล่านี้ จึงมุ่งไปที่การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ใกล้เคียงค่าปกติที่สุด แต่การประเมินผลด้วยการตรวจน้ำตาลในเลือดอย่างเดียวนั้นอาจไม่เพียงพอ จึงต้องมีการตรวจดังต่อไปนี้เพิ่มเข้ามา คือ

  • FBS (Fasting Blood Sugar) ตรวจน้ำตาลในเลือด   เนื่องจากหลังจากทานอาหารในคนปกติ น้ำตาลจะไม่สูงมากและจะลดลงอย่างรวดเร็ว แต่ในคนที่เป็นเบาหวานจะกลับกัน จึงต้องตรวจน้ำตาลในเลือดเพื่อให้แพทย์ประเมินความรุนแรงของโรคเบาหวานประกอบการจ่ายยา
  • HbA1C  เช็คระดับน้ำตาลสะสม เป็นการตรวจน้ำตาลที่เกาะกับโปรตีนในเม็ดเลือด และน้ำตาลจะอยู่ตามอายุขัยของเม็ดเลือด คือประมาณ 90 วัน ดังนั้นการตรวจรายการนี้จะทำให้ทราบว่าจริงๆแล้วตลอดสามเดือนนั้นเราคุมน้ำตาลได้ดีหรือไม่หรือพึ่งมาลดเอาตอนจะพบแพทย์
  • Fructosamine  เพื่อเสริมการทำนายความเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน
  • BUN ,Creatinine เพื่อดูประสิทธิภาพของไต โดยเฉลี่ย โรคไตมักเกิดหลังจากเป็นโรคเบาหวานแล้วประมาณ 5-10 ปี เนื่องจากน้ำตาลที่สูงเกินไปจะสร้างความเสียหายที่ไต
  • AST ,ALT ,ALP  ดูประสิทธิภาพการทำงานของตับ เพื่อประกอบการตัดสินใจในการจ่ายยา
  • Urine Analysis ตรวจปัสสาวะ เพื่อเช็คโปรตีนไข่ขาว เนื่องจากระยะแรก ภาวะแทรกซ้อนทางไตจะไม่มีอาการ ฉะนั้นจะรู้ได้จากการตรวจปัสสาวะแล้วพบโปรตีนเท่านั้น การตรวจดังกล่าวจึงช่วยเฝ้าระวังโรคแทรกซ้อนทางไตได้
  • Lipid Profile ตรวจระดับไขมัน ร้อยละ 80% ผู้ป่วยเบาหวานมักจะมีปัญหาเรื่องไขมันตามมา เพราะน้ำตาลที่สูงเกินจะถูกนำไปเก็บในรูปแบบของกรดไขมันในกระแสเลือด
  • Blood Pressure ความดันโลหิต  เนื่องจากผู้ที่เป็นโรคเบาหวานมักจะมีความดันโลหิตสูง และยิ่งมีความดันสูงจะยิ่งทำให้เพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง ซึ่งจะส่งผลต่อหลอดเลือดหัวใจสมองและไตได้
  • Microalbumin อย่างน้อยปีละครั้ง เป็นการตรวจหาโปรตีนในปัสสาวะ  โดยปกติแล้วจะตรวจไม่พบโปรตีนในปัสสาวะ แต่หากมีการตรวจพบนั้นเป็นการบ่งบอกได้ว่าไตเริ่มมีปัญหาในการทำงาน เนื่องจากไตจะกรองโปรตีนกลับคืนสู่ร่างกาย ดังนั้น เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูง ร่วมกับความดันโลหิตสูง มันจะทำลายส่วนที่ทำหน้าที่กรองของเสียของไต นั่นจึงเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดโปรตีนรั่วออกมากับปัสสาวะ

สำหรับผู้ที่อยู่ในภาวะที่ต้องเฝ้าระวัง ช่วงนี้คุณควรควบคุมอาหาร บวกกับหมั่นออกกำลังกาย เนื่องจากเป็นช่วงที่เรายังสามารถควบคุมน้ำตาลให้มีค่าใกล้ปกติได้มากที่สุด

อาหารที่คุณควรงดหรือต้องเลี่ยง คืออาหารที่มีรสหวาน  ขนมหวานต่าง ๆ รวมไปถึงกลุ่มแป้ง ไม่ว่าจะอยู่ในผักหรือผลไม้ชนิดใด ๆ รวมไปถึงอาหารมัน ทอด ไขมันสูง ๆ แต่ที่สำคัญคือ เน้นทานอาหารให้ครบ 5 หมู่นะคะ

ทำไมเราถึงเน้นเรื่องการดูแลสุขภาพ ควบคุมอาหารและการตรวจติดตาม เพราะ การคุมอาหาร ออกกำลังกาย บวกกับมีวินัยในการทานยา จะทำให้สามารถควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในระดับที่ดีได้

Leave a Reply

Please Login to comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of
Facebook Messenger