ความรู้กับการตั้งครรภ์

สวัสดีครับวันนี้เรายังคงอยู่กับเรื่องของ การตั้งครรภ์ ครับ เป็นเรื่องของการนับวันตกไข่ และการคุมกำเนิด เข้าใจว่าน่าจะเป็นเรื่องทั่วไปกับบางคน แต่คงจะเป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจกับอีกหลายคนเลยทีเดียวจึงอยากนำมาเล่าสู่กันฟังครับ

การตั้งครรภ์

มาเริ่มต้นกับเรื่องของวันตกไข่กันก่อน คุยกันจากคนปกติเป็นตัวอย่างนะครับ โดยจะนับจากรอบประจำเดือนซึ่งโดยทั่วไป

การมีรอบประจำเดือน 1 รอบจะอยู่ที่ประมาณ 28 วันวันไข่ตกก็จะอยู่ที่ประมาณ วันที่ 14 หรือ วันที่ 12 – 16 ครับ (สำหรับคนที่มีรอบเดือนไม่ปกติก็ต้องนับเป็นช่วง) และไข่ที่ตกจะมีอายุอยู่ประมาณ 12 – 24 ชม.ก่อนที่จะฝ่อไปเมื่อไม่ได้ปฏิสนธิ ส่วนอสุจินั้นเมื่อหลั่งออกมาแล้วจะมีชีวิตอยู่ได้ ประมาณ 2 – 3 วัน ดังนั้นเมื่อเราประเมินแล้วว่าเป็นช่วงที่มีการตกไข่ ก็ต้องมีเพศสัมพันธ์ในช่วงนั้นสำหรับผู้ที่ต้องการมีบุตร มาดูตัวอย่างการนับวันกัน เช่น วันแรกของการมีประจำเดือนคือวันที่ 4 เม.ย. วันตกไข่ก็คือช่วงวันที่ 16 – 20 เม.ย. นั้นเอง หากไข่มีการปฏิสนธิในวันที่ 20 เม.ย. จะสามารถตรวจทางเลือดได้หลังจากการปฏิสนธิ ประมาณ 6 – 8 วัน ก็จะประมาณ วันที่ 28 เม.ย. หรือตรวจทางปัสสาวะได้หลังจากปฏิสนธิประมาณ 14 – 21 วัน ก็จะตรวจได้ช่วงประมาณวันที่ 4 – 11 พ.ค. แต่ทั้งนี้เป็นวันจากการประมาณการ เพราะฉะนั้นจะไม่สามารถระบุวันที่ชัดเจนได้เลยทีเดียวนะครับ

Fertility-Ovulation-Calendar

เมื่อคุยกันเรื่องการก่อกำเนิดแล้ว เรามาคุยกันเรื่องการคุมกำเนิดกันครับ วิธีที่เรารู้จักกันดีอยู่แล้ว สำหรับคุณผู้ชายก็คือการใช้ถุงยางอนามัยนอกจากป้องกันการตั้งครรภ์แล้วยังป้องกันโรคทางเพศสัมพันธ์อีกด้วย ส่วนทางคุณผู้หญิงก็จะมี การใช้ห่วงอนามัย กับการใช้วิธีการทานยาคุมกำเนิด วันนี้ผมจะเน้นไปที่เรื่องของการทานยาคุมกำเนิด มาดูกันที่ยาคุมกำเนิดทั่วไปกันก่อน ก็จะมี 2 แบบ คือ

การทานแบบ 21 เม็ด และ 28 เม็ด 2 แบบต่างกันอย่างไร

จริงๆ แล้วไม่ต่างกันครับ เพราะเป็นการทานเพื่อปรับฮอร์โมนเหมือนกัน เพียงแต่ว่าแบบ 28 เม็ดนั้นจะมีการเพิ่มเม็ดยาที่เป็นแป้งขึ้นมา 7 เม็ดเพื่อทานให้ครบ 28 วัน จะเหมาะสำหรับผู้ที่กลัวลืมนั้นเอง

ข้อดีของการทานยาคุมกำเนิดนั้นนอกจากเรื่องของการป้องกันการตั้งครรภ์แล้ว ยังมีประโยชน์อื่นๆ อีกที่ดีกับคุณผู้หญิง เพราะช่วยลดปัญหา เรื่องสิว บางคนใช้แล้วทำให้ดูมีน้ำมีนวล หรือสัดส่วนที่ดูอวบอิ่มขึ้น เหตุผลที่เป็นอย่างนั้นก็อย่างที่บอกครับ เพราะยาคุมกำเนิดไปปรับสมดุลฮอร์โมน ของผู้หญิงให้ไม่เหมาะกับการตั้งครรภ์ แต่ก็จะปรับสมดุลของผู้หญิงที่มีฮอร์โมนบางตัวน้อยไป หรือมากไปให้อยู่ในสมดุล ทำให้แก้ปัญหาดังกล่าวจากการที่ฮอร์โมนนั้นไม่สมดุล ก็เป็นผลพลอยได้กันไป ทำให้คุณผู้หญิงบางคนไม่ได้ทานยาคุมเพราะกังวลเรื่องตั้งครรภ์ แต่ทานยาคุมกำเนิดเพื่อปรับ หรือแก้ปัญหาบางอย่าง ทีนี้มาถึงส่วนที่ผมอยากเน้นเกี่ยวกับยาคุมครับ เราพูดถึงยาคุมกำเนิดทั่วไปกันไปแล้ว

ยังมียาคุมอีกชนิดที่เราต้องรู้คือ ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน อย่างที่ชื่อบอกครับ

นั้นก็คือใช้ทานตอนฉุกเฉิน เช่น กรณีที่เราลืมทานยาคุมแบบทั่วไปติดต่อกัน 2 วัน หรือในความเป็นจริงที่ใช้ก็คือ กรณีไม่พึงประสงค์อย่าง คดีข่มขืนครับ ในบรรจุภัณฑ์จะมี 2 เม็ดต่อ 1 กล่อง การทานนั้นปกติจะไม่เกิน 72 ชม.หลังจากมีเพศสัมพันธ์ คือทานเม็ดแรกทันทีที่ และเม็ดที่ 2 ห่างจากเม็ดแรก 12 ชม. จะป้องกันได้ 75 % ถ้าทำได้ทานภายใน 24 ชม.หลังจากเกิดเหตุ จะเพิ่มการป้องกันได้เป็น 85% ครับ อย่างที่บอกไว้ใช้เฉพาะฉุกเฉิน โดยฉลากจากยาจะแจ้งไว้ว่าไม่ควรทานเกินเดือนละ 2 ครั้ง เพราะผลข้างเคียงของยาคือ ไปกระตุ้นเซลล์มะเร็ง อย่างมะเร็งเต้านม และอาจทำให้เกิดการท้องนอกมดลูกได้ รวมถึงมีบุตรยาก แต่โดยปกติผมจะเตือนคนไข้ว่าไม่ควรทานเกิน 2 ครั้งในช่วงชีวิตเพราะผลข้างเคียงที่รุนแรงเมื่อทานระยะยาว และโดยปกติก็จะเจอในกลุ่มวัยรุ่นซะเป็นส่วนใหญ่ สำคัญนะครับอย่างที่บอกใช้เมื่อฉุกเฉิน

 

1391490659.kom1 20120205_134825 r

 

 

 

 

 

 

ก็ถึงบรรทัดสุดท้ายแล้ว หากท่านไม่แน่ใจหรือมีข้อสงสัยก็สามารถเข้ามาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ครับที่ มหาชัย ทีแอลซี สาขา มหาชัย (สมุทรสาคร) หรือ เฮลท์แลบ สาขา หัวหิน ผมยินดีเสมอเพื่อสุขภาพที่ดีของทุกท่าน วันนี้คงต้องกล่าวว่า สวัสดีครับ ^^