เรื่องของภูมิแพ้

                ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ฝนตกท่ามกลางฤดูหนาว ท่านผู้อ่านต้องดูแลสุขภาพมากๆ ครับ ฉบับนี้ เฮลท์แลบ นำโรคๆ หนึ่งที่เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย และปัจจัยหนึ่งพบได้ในภาวะที่อากาศเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ โรคๆนั้นก็คือ โรคภูมิแพ้ (Allergy) โรคนี้คืออะไร เกิดขึ้นได้จากปัจจัยใดบ้าง แบ่งได้เป็นกี่ชนิด รวมถึงวิธีการป้องกันตัวเองจากโรคภูมิแพ้และแนวทางการรักษาเป็นอย่างไร มาติดตามกันครับ

โรคภูมิแพ้ (Allergy) คือโรคที่เกิดจากการตอบสนองของร่างกายต่อสารกระตุ้น ซึ่งสารกระตุ้นข้างต้นในภาวะปกติแล้วจะไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ เช่น ไรฝุ่น ละอองเกสรดอกไม้ รวมถึงอาหารต่างๆที่เรารับประทานในชีวิตประจำวันด้วยครับ แต่ในโรคภูมิแพ้ ร่างกายจะเกิดการตอบสนองอย่างมากผิดปกติต่อสารเหล่านั้น จึงทำให้เกิดการอักเสบในอวัยวะที่สัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ (Allergen) นั้น ซึ่งโรคภูมิแพ้เกิดจากพันธุกรรม และสิ่งแวดล้อม โดยพบว่าถ้าพ่อหรือแม่เป็นโรคภูมิแพ้ จะทำให้ลูกมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ประมาณ 30-50% แต่ถ้าทั้งพ่อและแม่เป็นโรคภูมิแพ้จะมีผลให้ลูกมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้มากขึ้นถึงประมาณ 50-70% ในขณะที่เด็กที่มาจากครอบครัวที่ไม่มีประวัติโรคภูมิแพ้เลยมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้เพียงประมาณ 10% เท่านั้น

ชนิดของโรคภูมิแพ้ อาจแบ่งตามระบบของร่างกาย ออกได้เป็น 5 กลุ่มคือ

1. โรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ ได้แก่ โรคหืด (Asthma) อาการของผู้ป่วยขณะที่จับหืดคือ มีอาการแน่นหน้าอก หายใจหอบเหนื่อย หายใจดังหวีด มักมีอาการเป็นๆหายๆ อาการอาจบรรเทาได้ด้วยยาขยายหลอดลม แต่ก็มักควบคุมอาการได้เฉพาะช่วงแรกๆ ต่อมามักต้องใช้ยาบ่อยขึ้นและมากขึ้น บางครั้งโรคหืดอาจแสดงอาการเพียงแต่อาการไอกลางคืน หรือไอเรื้อรังโดยไม่มีเสียงหวีด บางครั้งก็มีอาการแน่นหน้าอกเฉพาะช่วงออกกำลังกาย

2. โรคโพรงจมูกอักเสบจากภูมิแพ้หรือโรคแพ้อากาศ (Allergic rhinitis) อาการของโรคภูมิแพ้ทางจมูกมีหลายชนิดดังนี้ 1.ชนิดที่มีอาการเด่นทางน้ำมูก คือจะมีน้ำมูกใสไหล จาม คันจมูก 2.ชนิดที่มีอาการเด่นทางอาการคัดจมูก 3.ชนิดที่มีอาการของ 2 ชนิดแรกรวมกัน คือมีทั้งน้ำมูกใส และอาการคัดจมูก และอีกชนิดจะมีอาการที่วินิจฉัยยาก กลุ่มนี้อาจมีอาการ ไอเรื้อรัง อาจมีเสมหะเวลาเช้าได้ บางคนมีอาการปวดศีรษะเรื้อรัง นอนกรน หรือถอนหายใจบ่อยๆ ปากแห้ง บางคนมีอาการคันหัวตา

3. โรคภูมิแพ้ทางผิวหนัง (Allergic skin disease) ที่พบบ่อยได้แก่ ลมพิษ และผื่นผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ โดยผู้ป่วยที่เป็นลมพิษจะเริ่มด้วยอาการคัน หลังจากนั้นจะมีอาการบวม เป็นได้ทั้งตัว ในรายที่เป็นมากอาจมีอาการบวมของหนังตา ริมฝีปาก อวัยวะเพศ และทางเดินหายใจร่วมด้วย ส่วนผู้ป่วยที่เป็นโรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ มักเริ่มมีอาการตั้งแต่อายุขวบปีแรก โดยผู้ป่วยจะมีอาการผื่นคันตามลำตัวและหน้า ผิวแห้ง อักเสบ ผู้ป่วยเด็กจะมีโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจเมื่อเด็กโตขึ้น สาเหตุที่สำคัญของโรคภูมิแพ้ทางผิวหนังในเด็ก ได้แก่ แพ้อาหาร โดยอาหารที่พบว่าแพ้ได้บ่อยในเด็กไทยคือ ไข่ นมวัว อาหารทะเล และแป้งสาลี

4. โรคภูมิแพ้ทางดวงตา (Eye allergy) เป็นการอักเสบที่เยื่อตาขาว และใต้หนังตา ผู้ ป่วยจะมีอาการ คันตา ตาแดง น้ำตาไหล แสบตาและมีขี้ตา โดยมักมีอาการช่วงได้รับสารกระตุ้น เช่น ฝุ่น ละอองเกสรดอกไม้ หรือขนสัตว์ ผู้ป่วยที่มีอาการภูมิแพ้ทางดวงตามักพบร่วมกับอาการโพรงจมูกอักเสบจากภูมิแพ้

5. โรคภูมิแพ้ชนิดรุนแรงที่มีอาการหลายระบบ (Anaphylaxis) เป็นปฏิกิริยาภูมิแพ้ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ อาการแพ้จะเกิดขึ้นรุนแรง รวดเร็วและมีอาการหลายระบบ โดยผู้ป่วยอาจมีอาการคัน ลมพิษ บวมที่หน้า ปาก แน่นในลำคอ จาม น้ำมูกไหล หายใจลำบาก บางรายอาจมีอาการปวดท้องอาเจียน ท้องเสีย ความดันโลหิตลดต่ำลง หมดความรู้สึก และอาจถึงแก่ชีวิตได้ ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ในรายที่เป็นโรคหืดอยู่เดิมอาจไปกระตุ้นให้โรคหืดกำเริบได้ สาเหตุที่สำคัญของโรคภูมิแพ้ชนิดรุนแรงคือ ภาวะแพ้ อาหาร ยา แมลงต่อย ซึ่งผู้ป่วยที่มีภาวะแพ้ชนิดนี้ควรหลีกเลี่ยงสารที่แพ้ และในรายที่เคยเกิดอาการแพ้ที่รุนแรง เช่น ช็อก ผู้ป่วยควรมียาฉีด Adrenaline หรือ Epinephrine (ยารักษาโรคภูมิแพ้ชนิดรุนแรง ที่ช่วยกระตุ้นการเต้นของหัวใจและช่วยเพิ่มความดันโลหิต) พกติดตัวไว้ด้วยเพื่อป้องกันการเสียชีวิตก่อนที่จะพบแพทย์

สำหรับฉบับนี้ต้องขอจบเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ เพราะรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องภูมิแพ้มีมากมาย ฉบับหน้าผมจะนำเรื่องวิธีการป้องกันตัวเองจากโรคภูมิแพ้และแนวทางการรักษาเป็นอย่างไร มาติดตามกันครับมาฝากกันครับ ^^

avatar

About Mr.M

has written 67 post in this blog.

Related posts:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.